ร่วมมือกับ AI Gemini ในการเขียนบทความ
ร่วมมือกับ AI Gemini ในการเขียนบทความ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) กำลังเข้ามามีบทบาทในชีวิตของพวกเราทุกคน รวมทั้งชีวิตการทำงานสายวิชาการแบบผู้เขียนด้วยเช่นกัน บทความนี้ผู้เขียนตั้งใจถ่ายทอดการสะท้อนคิดในการทำงานร่วมกับ AI ในการเขียนบทความมาเล่าสู่กันฟัง แม้ว่าจะเป็นบริบทของการเขียนบทความทางวิชาการ แต่แนวคิดและแนวทางในการทำงานร่วมกับ AI ดังกล่าว อาจเป็นประโยชน์แก่ผู้อ่าน โดยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการทำงานร่วมกับ AI ในการเขียนบทความ หรือในการทำงานในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไปได้
แนวคิดการทำงาน
ผู้เขียนใช้ AI ช่วยในการเขียนบทความวิชาการเรื่อง “เริ่มต้นกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ Learning to Learn” ซึ่งบทความได้ตีพิมพ์ในนิตยสาร สสวท. ปีที่ 52 ฉบับที่ 250 จึงอยากให้ผู้อ่านอ่านบทความนั้นก่อน แล้วจึงย้อนมาอ่านบทความนี้เพื่อให้เห็นแนวคิดและเบื้องหลังในการเขียนบทความดังกล่าวโดยใช้ AI เป็นตัวช่วย ผู้เขียนได้กำหนดกรอบการทำงานไว้ 3 ข้อด้วยกัน คือ
1.บทความที่ใช้ AI ช่วยเขียนจะต้องเป็นบทความที่มีคุณภาพไม่น้อยกว่าการเขียนด้วยตนเองที่ไม่พึ่ง AI กล่าวคือ เป็นบทความทางวิชาการที่เชื่อถือได้ สามารถสืบหาแหล่งอ้างอิงได้
2.ในการเขียนบทความจะมีการใช้ AI เป็นตัวช่วยอย่างเป็นธรรมชาติในการเขียนบทความทั่วไป กล่าวคือ ไม่จงใจสร้างสถานการณ์ให้มีการใช้ AI ช่วยในการเขียนแบบเกินความจำเป็น และ
3.ในการใช้ AI จะพยายามใช้ตามแนวทางการทำงานร่วมกันของมนุษย์และ AI (Human-AI Collaboration) กล่าวคือ ไม่ได้รับและใช้ข้อมูลทุกอย่างจาก AI แต่มีการวิเคราะห์ และต่อยอดแนวคิดจากข้อมูลที่ได้ก่อนนำมาเขียนบทความ
1. การเลือก AI ช่วยเขียนบทความ
ผู้เขียนเลือก AI ที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย ใช้ง่าย และฟรี รวมทั้งเลือกใช้ AI เพียงตัวเดียวในการช่วยเขียนเพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปใช้ได้อย่างสะดวก หลังจากค้นหาข้อมูลและลองใช้ AI หลายตัว ผู้เขียนได้เลือก AI Gemini เป็นตัวช่วยการเขียนบทความครั้งนี้ เนื่องจากผู้ใช้สามารถใช้งานได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ AI Gemini ยังได้รับการอ้างถึงว่าสามารถเข้าถึงเอกสารทางวิชาการได้อย่างเป็นปัจจุบันมากกว่า AI ตัวอื่น ทั้งนี้ แม้ว่า Gemini จะรองรับภาษาไทยแล้ว แต่ในการใช้งานผู้เขียนยังคงป้อนคำสั่งและรับข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษ เนื่องจากอาจจะมีการอ้างอิงเอกสารทางวิชาการที่เป็นภาษาอังกฤษ การให้ AI แปลความหมายกลับไปมาระหว่างภาษาไทยและภาษาอังกฤษ อาจจะทำให้ความหมายบางอย่างคลาดเคลื่อนได้
2. การหาโครงร่างบทความ
ผู้เขียนเริ่มต้นโดยการป้อนคำถาม Gemini ว่าควรวางโครงร่างการเขียนบทความเกี่ยวกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ (Learning to Learn) อย่างไรดี และได้รับคำตอบจาก Gemini ตามภาพ 1 และภาพ 2 ว่า โครงร่างอาจจะประกอบด้วย 5 - 6 หัวข้อ พร้อมทั้งรายละเอียดโดยสรุปได้ดังนี้
ภาพ 1 โครงร่างการเขียนบทความครั้งที่ 1 จากการแนะนำของ AI Gemini

ภาพ 2 โครงร่างการเขียนบทความครั้งที่ 1 (ต่อ) จากการแนะนำของ AI Gemini
เมื่อได้อ่านโครงร่างจาก Gemini ผู้เขียนพบว่าโครงร่างดังกล่าวมีองค์ประกอบน่าสนใจ มีการเริ่มต้นแนะนำถึงความสำคัญ ความหมาย ประโยชน์ เทคนิคในการเรียนรู้ สรุปจบ และแนวคิดเพิ่มเติมเป็นตัวเลือกในการเขียนปิดท้ายบทความ โครงร่างดังกล่าวสามารถนำไปใช้จริงได้ เพียงแต่รายละเอียดภายใต้แต่ละหัวข้อในบางรายละเอียดอาจจะยังไม่สอดคล้องกับหัวข้อบทความมากนัก เช่น การเชื่อมโยงการทำงานของสมอง รวมถึงโครงร่างดังกล่าวยังเป็นโครงร่างมาตรฐานที่สามารถพบได้ หรือยกร่างได้ทั่วไป ผู้เขียนจึงป้อนคำสั่งให้ Gemini ลองแนะนำโครงร่างแบบอื่นๆ มาพิจารณาประกอบด้วย โดย Gemini นำเสนอโครงร่างลักษณะอื่นมาให้พิจารณาอีก ผู้เขียนพิจารณาแล้วก็พบว่าโครงร่างแบบที่สองมีความน่าสนใจเพิ่มเติม โดยมีการเสนอให้ใช้สถานการณ์ผู้คนที่อาจมีปัญหาเกี่ยวกับการเรียนรู้สิ่งใหม่ในช่วงบทนำของบทความ รวมทั้งคำนึงถึง Mindset ของผู้เรียนด้วย ดังภาพ 3

ภาพ 3 โครงร่างการเขียนบทความครั้งที่ 2 จากการแนะนำของ AI Gemini
เมื่อเขียนมาถึงตรงนี้ ผู้เขียนเริ่มเข้าใจว่า AI สามารถนำเสนอความคิดได้หลากหลายแนวทางและน่าสนใจ จึงคิดว่าควรให้ Gemini นำเสนอโครงร่างมาเพิ่มเติมอีก แล้วจึงนำสิ่งที่น่าสนใจของแต่ละโครงร่างมารวมกันเพื่อใช้ในการเขียนบทความ ดังนั้น การป้อนคำสั่งและรับข้อมูลลักษณะนี้จึงดำเนินไปอีก 3 ครั้ง จนกระทั่งโครงร่างที่ 5 พบว่าโครงร่างที่ AI เสนอมานั้นมีหัวข้อที่ซ้ำและบางหัวข้ออาจจะหลุดจากกรอบแนวคิดในการเขียนบทความ ผู้เขียนจึงได้เริ่มนำหัวข้อที่น่าสนใจจากโครงร่างทั้ง 5 แบบมาประกอบเป็นโครงร่างบทความ

3. เนื้อหาบทความ
เมื่อได้โครงร่างมาแล้ว ลำดับถัดไปคือ การเขียนเนื้อหาบทความ ผู้เขียนได้ให้ Gemini เป็นตัวช่วยตลอดในการเขียนบทความตั้งแต่ต้นจนจบ แต่หากเมื่อวิเคราะห์ภาพรวมทั้งหมดแล้ว ผู้เขียนได้วางหน้าที่หลัก ๆ ของ Gemini ในขั้นตอนนี้สี่บทบาท คือ การแนะนำไอเดียในการเขียน การให้ข้อมูลประกอบการเขียน การแปลความจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย และการสร้างสรรค์ภาพประกอบบทความ
3.1 การแนะนำไอเดียในการเขียนบทความ
สำหรับบทบาทของ AI ในการแนะนำไอเดียในการเขียนบทความ มีสองส่วนหลัก ๆ คือ การแนะนำสถานการณ์ในชีวิตจริงที่สอดคล้องกับการใช้งานความสามารถด้านการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ และให้ไอเดียว่าควรจะสรุปจบโดยใช้แนวคิดการทำงานของบุคคลที่มีชื่อเสียงที่สอดคล้องกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้
3.1.1 เริ่มต้นกับสถานการณ์ในชีวิตจริง
ผู้เขียนได้ให้ Gemini ยกตัวอย่างสถานการณ์ในชีวิตประจำวันที่ต้องใช้ความสามารถด้านการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้มาใช้ ทั้งในบริบททั่วไป การเรียนการสอน และฐานะครู ปรากฏว่าสถานการณ์ที่ Gemini ยกตัวอย่างมาทั้ง 3 สถานการณ์น่าสนใจและเป็นไปได้ทั้งสิ้น เมื่อผู้อ่านอ่านบทความเรื่องเริ่มต้นกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ และพบกับตัวอย่างสถานการณ์ในชีวิตจริงเกี่ยวกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ ทั้ง 3 สถานการณ์ดังกล่าวนั้นมาจากการเสนอแนะของ Gemini

มาจาก: นิตยสาร สสวท. ฉบับที่ 250 “เริ่มต้นกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้”
3.1.2 บุคคลสำคัญกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้
เมื่อถามไอเดียให้ Gemini ยกตัวอย่างบุคคลที่การใช้ชีวิตในการทำงานมีการใช้ความสามารถด้านการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ เพื่อจะนำมาใช้ในการสรุปจบบทความและกระตุ้นให้ผู้อ่านเกิดแรงบันดาลใจในการพัฒนาความสามารถ Gemini ได้ยกตัวอย่างและเรื่องราวของบุคคลหลากหลายหมวดหมู่ เช่น เชกสเปียร์ นักเขียนชื่อดัง มารี กูรี และไอน์สไตน์ สองนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียง ปีกัสโซ จิตรกรชื่อดัง รวมไปถึงบุคคลดังอย่าง บิล เกตส์ และอีลอน มัสก์ รายชื่อทั้งหมดนี้ผู้เขียนสนใจ บิล เกตส์ และได้ขอให้ Gemini ค้นข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งได้ข้อมูลน่าสนใจและเชื่อมโยงกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้พอประมาณ แต่สุดท้าย ผู้เขียนตัดสินใจไม่นำข้อมูลของ บิล เกตส์ มาเขียนส่งท้ายบทความ เนื่องจากเรื่องราวของบิล เกตส์อาจจะไกลตัวผู้อ่านเกินไป จนขาดความเชื่อมโยงที่นำไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจได้ ผู้เขียนจึงตัดสินใจที่จะไม่ปิดจบบทความด้วยเรื่องราวของบุคคลสำคัญ
3.2 การให้ข้อมูลประกอบการเขียน
จากโครงร่างของบทความ ผู้เขียนต้องการข้อมูลที่เป็นรายละเอียดเพื่อนำมาเขียนพร้อมมีแหล่งอ้างอิง จึงให้ Gemini เป็นตัวช่วยในการหาข้อมูลดังกล่าว ซึ่งประกอบไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับ
- ความสำคัญของการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ในมุมมองของหน่วยงานการศึกษาระดับโลก
- นิยามของการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้
- การเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ในหลักสูตรระดับประเทศ
- แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้
- การเริ่มพัฒนาความสามารถของการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้
การที่ Gemini เป็นตัวช่วยในการหาข้อมูลดังกล่าว พบว่า Gemini สามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นในภาพรวมได้ เช่น หน่วยงานใดบ้างที่กล่าวถึงการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้และกล่าวว่าอย่างไรบ้าง แต่เมื่อผู้เขียนเข้าไปศึกษาแหล่งอ้างอิงเพื่อเข้าถึงเอกสารต้นฉบับที่กล่าวถึง พบว่า บางแหล่งข้อมูลสามารถเข้าถึงและตรวจสอบได้ แต่บางแหล่งไม่สามารถเข้าถึงเอกสารต้นฉบับได้ ดังนั้น ผู้เขียนจึงต้องค้นหาแหล่งข้อมูลต้นฉบับจากฐานข้อมูลอื่น เช่น Google Scholar เพื่อจะได้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือมาเขียนบทความ แต่อย่างไรก็ตาม Gemini ก็สามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นเพื่อที่ผู้เขียนสามารถนำมาใช้ในการสืบเสาะต่อไปได้ หรือการให้ Gemini หาข้อมูลเกี่ยวกับทฤษฎีพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ พร้อมทั้งกรอบแนวคิดและแหล่งอ้างอิงของทฤษฎีเหล่านั้น แม้ข้อมูลจะได้มาจากหลายแหล่ง ซึ่งเป็นการให้ข้อมูลพื้นฐานที่ขยายกรอบแนวคิดของผู้เขียน แต่ข้อมูลที่ Gemini ให้มานั้นเป็นสรุปภาพรวมและบางส่วนอาจจะยังไม่ครอบคลุมแนวคิดของทฤษฎีนั้นทั้งหมด
สำหรับการหาข้อมูลที่ Gemini ทำได้ดีคือ ข้อมูลภาพรวมที่ไม่เน้นแหล่งอ้างอิงหรือเอกสารต้นฉบับ เช่น การให้ Gemini ช่วยหาแนวทางการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ พบว่าได้ข้อมูลแนวทางการเรียนรู้ที่น่าสนใจและน่าจะสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้จริง
3.3 การแปลข้อความจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย
ในส่วนของการแปลความนั้น จากการที่ผู้เขียนได้ให้ Gemini ให้ข้อมูลนิยามของการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้เป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นจึงให้ช่วยแปลนิยามดังกล่าวเป็นภาษาไทย พบว่าเมื่อเทียบเนื้อความภาษาอังกฤษกับภาษาไทยแล้ว มีแก้ไขเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ข้อความภาษาไทยที่แปลมานั้นอ่านง่าย สละสลวย และได้ใจความสำคัญครบ โดยมีบางส่วนที่ควรปรับปรุงคือ การแปลคำศัพท์บางคำที่ยังใช้ภาษาซับซ้อน และข้อความที่แปลมาในบางบริบทที่ควรจะขยายให้เข้าใจตรงกันเท่านั้น
3.4 การสร้างสรรค์ภาพประกอบบทความ
ผู้เขียนได้ขอให้ Gemini ช่วยสร้างภาพประกอบบทความ โดยการเขียนคำสั่งบรรยายภาพที่อยากได้ และให้ Gemini ช่วยสร้างสรรค์ พบว่าบางภาพ แม้บรรยายข้อความอย่างชัดเจนแล้วก็ยังไม่ได้ภาพที่ตรงตามความต้องการ แต่จะเป็นภาพที่ใกล้เคียงกับความต้องการ อย่างไรก็ตาม อาจจะเป็นข้อจำกัดของ Gemini ในเวลานั้นเท่านั้น ผู้เขียนเคยใช้ AI ตัวอื่นในการสร้างภาพ พบว่าให้ภาพที่ตรงกับข้อความกว่า ซึ่งในบทความ “เริ่มต้นกับการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้” ก็ได้มาจาก Gemini ทั้งสิ้น ผู้อ่านอาจลองกลับไปอ่านบทความนั้นอีกครั้งอาจจะคิดเห็นตรงกับผู้เขียนก็ได้ว่าภาพบางภาพใกล้เคียงกับการสื่อความหมาย แต่อาจจะมีภาพอื่นที่ดีกว่านี้ในการสื่อความหมายดังกล่าว
ภาพรวมของการเขียนบทความนี้ ผู้เขียนพอใจในการทำงานโดยมี AI เป็นผู้ช่วย พบว่าแม้การทำงานบางส่วนจะไม่ได้ตามที่คาดหวังไว้ เช่น การสร้างสรรค์ภาพ หรือการให้ข้อมูลที่ต้องการความถูกต้องและการอ้างอิงสูง แต่ผู้เขียนพบว่าการทำงานหลาย ๆ อย่างได้ผลลัพธ์เกินความคาดหวังมาก เช่น การแนะนำไอเดีย หรือการให้ข้อมูลที่ได้กรอบแนวคิดที่หลากหลาย
ในการใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการเขียนบทความครั้งนี้ หากมองการเรียนรู้ตามทฤษฎีสรรคนิยมเชิงสังคม (Social Constructivism) ซึ่งจากแนวคิดของ Vygotsky (1896 - 1934) นักการศึกษาชื่อดังที่ได้วางรากฐานไว้ แนวคิดของทฤษฎีนี้สรุปได้ว่ามนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมจากการปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมทั้งทางสังคมและวัฒนธรรม (Vygotsky, 1978) และ Turner (1988) ได้ขยายความของปฏิสัมพันธ์ดังกล่าวในเชิงปฏิสัมพันธ์กับสังคมว่า เป็นสถานการณ์ที่พฤติกรรมของบุคคลหนึ่งได้ถูกจัดเรียงใหม่ และได้รับอิทธิพลจากพฤติกรรมของอีกบุคคลหนึ่ง หรืออาจกล่าวได้ว่าการเรียนรู้ของบุคคลหนึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ผ่านการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น ในการเขียนบทความโดยมี AI เป็นตัวช่วยครั้งนี้ ผู้เขียนพบว่าเมื่อผู้เขียนได้ป้อนข้อความให้ AI ส่งข้อมูลกลับมา หลายครั้งข้อมูลดังกล่าวมีขอบเขตและแนวคิดมากกว่าที่ผู้เขียนได้คาดหมายไว้ ซึ่งผู้เขียนเองก็ได้เรียนรู้ต่อยอดและขยายขอบเขตแนวคิดของตนเองจากข้อมูลที่ได้รับจาก AI ทั้งนี้ ผู้เขียนมองว่า AI Gemini นับเป็นสิ่งแวดล้อมที่ผู้เขียนมีปฏิสัมพันธ์ด้วย และช่วยต่อยอดให้ผู้เขียนได้มีความรู้และแนวคิดเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของทฤษฎีปัญญาแบบกระจาย (Distributed Cognition Theory) โดย Kim et al. (2022) ได้กล่าวถึงปฏิสัมพันธ์ระหว่าง AI กับผู้เรียนไว้ว่ากระบวนการที่สร้างความรู้ความเข้าใจอาจจะขยายจากบุคคลไปสู่ระบบที่เปิดกว้างขึ้น โดยอาจจะมีตัวกลาง ทั้งนักเรียน ครู หรือแม้กระทั่ง AI เอง
อย่างไรก็ตาม การมีปฏิสัมพันธ์กับ AI ในการทำงานมีหลายระดับ ซึ่งจะส่งผลไปถึงคุณภาพของผลงานและการเรียนรู้ของผู้ที่ใช้งาน AI ด้วยเช่นกัน Ouyang และ Jiao (2021) ได้จัดแบ่งระดับกระบวนทัศน์ (Paradigm) ในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน (ผู้ใช้งาน AI) กับ AI เป็น 3 แบบด้วยกัน คือ
1) AI เป็นผู้นำทาง ผู้เรียนเป็นผู้รับข้อมูล (AI-directed, Learner-as-recipient) โดย AI เปรียบเสมือนผู้นำในการเรียนรู้ และผู้เรียนใช้บริการจาก AI ในการแก้ปัญหา การสร้างความรู้ความเข้าใจ
2) AI เป็นผู้ช่วย ผู้เรียนเป็นผู้ทำงานร่วมกัน (AI-supported, Learner-as-collaborator) โดย AI เปรียบเสมือนเครื่องมือช่วยเหลือในขณะที่ผู้เรียนทำงานร่วมกับระบบและเป็นผู้ที่มุ่งเป้าไปที่กระบวนการเรียนรู้ของตนเอง และ
3) AI เป็นผู้สร้างเสริม ผู้เรียนเป็นผู้นำ (AI-empowered, Learner-as-leader) โดย AI เปรียบเสมือนเป็นผู้ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้บรรลุศักยภาพการทำงานร่วมกับ AI ขั้นสูงสุด โดย AI มีการคำนึงถึงข้อจำกัด ความคาดหวัง และบริบทของมนุษย์ และผู้เรียนเองเป็นผู้รับผิดชอบความเสี่ยงจากการตัดสินใจของ AI รวมทั้งพัฒนากระบวนการเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนและ AI อย่างมีประสิทธิภาพ ในการเขียนบทความครั้งนี้ ผู้เขียนประเมินตนเองว่าปฏิสัมพันธ์ของผู้เขียนและ Gemini อยู่ในกระบวนทัศน์ที่ 2 (AI-supported, Learner-as-collaborator) เป็นการทำงานโดยมี AI เป็นผู้ช่วยในการทำงานร่วมกัน เหมือนชื่อบทความนี้ ทั้งนี้ หากถามว่าผู้เขียนชอบการทำงานร่วมกับ AI หรือไม่ หรือครั้งต่อไปในการทำงาน ผู้เขียนสนใจจะใช้ AI เป็นผู้ช่วยต่อหรือไม่ คิดว่าผู้อ่านคงเดาคำตอบได้ไม่ยาก
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิตยสาร สสวท. ปีที่ 52 ฉบับที่ 251 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2567
ผู้อ่านสามารถติดตามบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://emagazine.ipst.ac.th/251/26/
บรรณานุกรม
Kim, J. & Lee, H. & Cho, Y. H. (2022). Learning Design to Support Student-AI Collaboration: perspectives of leading teachers for AI in education. Education and Information Technologies, 27(5): 6069-6104.
Ouyang, F. & Jiao, P. (2021). Artificial Intelligence in Education: the three paradigms. Computers and Education: Artificial Intelligence, 2: 100020.
Turner, J. H. (1988). A Theory of Social Interaction. Stanford University Press.
Vygotsky, L. S. (1978). Mind in Society: the development of higher psychological processes. M. Cole, V. & John-Steiner, S. Scribner & E. Souberman, Eds.).Harvard University Press.
