การนิเทศเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูสู่ห้องเรียนคุณภาพ“การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ”
การนิเทศเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูสู่ห้องเรียนคุณภาพ “การพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ”
ในยุคที่เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน การพัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง กระทรวงศึกษาธิการได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้างทักษะด้านเทคโนโลยีให้กับนักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ซึ่งการเรียนรู้เกี่ยวกับ Coding หรือการเขียนโปรแกรมเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาทักษะนี้เพื่อให้เยาวชนไทยมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถปรับตัวเข้ากับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 ได้วิเคราะห์สภาพปัญหาของการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณพบว่า กระบวนการจัดการเรียนรู้ Coding ไม่เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในปัจจุบันที่สอดคล้องกับการประกอบอาชีพในอนาคต โดยเฉพาะการสอนวิทยาการคำนวณ (Plugged Coding) ส่วนใหญ่จะเป็นการเขียนคำสั่งและแสดงผลในระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งนักเรียนคุ้นเคย จึงทำให้กิจกรรมไม่ท้าทายอีกต่อไป ดังนั้น ผู้เขียนจึงได้ออกแบบการนิเทศการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ ประกอบกับการนำประสบการณ์จากการเป็นคณะผู้พิจารณามาตรฐานตัวชี้วัดสาระเทคโนโลยี ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) เป็นคณะผู้จัดทำมาตรฐานสะเต็มศึกษาแห่งชาติ และเป็นผู้ที่มีผลงานเชิงประจักษ์ด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ จึงได้ศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ ดังนี้ 1. ครูต้องได้รับการส่งเสริม สนับสนุนให้มีความพร้อม เนื่องจากครูยังขาดทักษะความรู้ในการสอนหุ่นยนต์อัตโนมัติ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการพัฒนาเพื่อสร้างครูที่มีความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้ จึงเป็นความต้องการเร่งด่วนในการพัฒนาการศึกษาด้านนี้ 2. การเข้าถึงทรัพยากรการเรียนรู้ สถานศึกษาส่วนใหญ่ขาดแคลนทรัพยากรที่จำเป็นสำหรับการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ การสนับสนุนทรัพยากรเหล่านี้เป็นสิ่งจำเป็นในการเข้าถึงการจัดการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกัน 3. การออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสมกับทุกช่วงอายุ ระดับความสามารถ และความสนใจของนักเรียน เพื่อให้การเรียนรู้ในเรื่องของ AI และสมองกลฝังตัว เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ 4. การสร้างแรงจูงใจ ซึ่งการเรียนรู้ Coding ในรูปแบบเดิมอาจไม่ท้าทายและน่าเบื่อสำหรับนักเรียน การจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติจึงเป็นวิธีการจัดการเรียนรู้ที่สร้างสรรค์ และมีแรงจูงใจ เพื่อให้นักเรียนมีความสนใจและมีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้มากยิ่งขึ้น
จุดประสงค์และเป้าหมายของการดำเนินงาน
จุดประสงค์
1) พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติในโรงเรียนสังกัด สพป.บุรีรัมย์ เขต 1
2) พัฒนาสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ
3) พัฒนาห้องเรียนคุณภาพ สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 (การพัฒนาห้องเรียนต้นแบบด้านการจัดการเรียนการสอนวิทยาการคำนวณด้วยกิจกรรมหุ่นยนต์อัตโนมัติที่มีประสิทธิภาพ และมีผลงานเชิงประจักษ์สามารถเป็นแบบอย่างให้แก่หน่วยงานอื่นได้)
เป้าหมายเชิงปริมาณ
1) ครูผู้สอนสาระเทคโนโลยี จำนวน 20 คน
2) โรงเรียนสังกัด สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 จำนวน 10 โรงเรียน
เป้าหมายเชิงคุณภาพ
1) ครูผู้สอนสาระเทคโนโลยีสามารถจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2) โรงเรียนสังกัด สพป.บุรีรัมย์ เขต 1 บริหารจัดการส่งเสริมการเรียนรู้หุ่นยนต์อัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ขั้นตอนการดำเนินงาน
ผังงานแสดงกระบวนการนิเทศ (Flowchart)

1) ศึกษาปัญหาการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณเพื่อค้นหาปัญหาและความต้องการเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณ พบว่าแรงจูงใจใฝ่เรียนรู้ของนักเรียนเริ่มลดน้อยลงเนื่องจากกิจกรรมที่ครูจัดให้ไม่ท้าทายและไม่น่าสนใจ
2) รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปัญหา ลำดับความสำคัญของปัญหา และระบุปัญหา เพื่อให้ได้หัวข้อการพัฒนาที่ตรงกับปัญหาหรือความต้องการของครู
3) กำหนดประเด็นการนิเทศและกำหนดวัตถุประสงค์การนิเทศ เพื่อกำหนดหัวข้อนิเทศและขอบเขตการนิเทศอย่างมีเป้าหมาย
4) ออกแบบการนิเทศ สร้างเครื่องมือนิเทศ และจัดทำแผนการนิเทศ เพื่อใช้เป็นเครื่องมือการนิเทศ และใช้เป็นแนวทางการนิเทศอย่างเป็นระบบ
5) ประชาสัมพันธ์การพัฒนาการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติตามความสนใจ/สมัครใจ เพื่อให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติอย่างแท้จริง
6) ดำเนินการพัฒนาครูผู้สอนวิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติเพื่อพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้และพัฒนาทักษะด้านหุ่นยนต์อัตโนมัติ
7) ครูนำกิจกรรมลงสู่ห้องเรียน โดยมีการนิเทศ ติดตาม ส่งเสริม สนับสนุนการจัดการเรียนรู้ และประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อตรวจสอบประสิทธิผลตามจุดประสงค์การเรียนรู้
8) ยกย่องเชิดชูเกียรติครูที่จัดการเรียนรู้ได้ประสบความสำเร็จเพื่อสร้างขวัญกำลังใจในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติต่อไป
9) รายงานผลการนิเทศเพื่อให้ผู้บังคับบัญชาลงนามรับรองผลการนิเทศ จัดทำรูปเล่มเพื่อใช้เป็นร่องรอยหลักฐานการนิเทศ และเผยแพร่แก่ผู้ที่สนใจ
10) เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานวิชาการ วางแผนดำเนินการในวงรอบต่อไป เพื่อขยายผลให้ผู้ที่สนใจนำไปประยุกต์ใช้ตามบริบทของตนเอง และพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ให้ดียิ่งขึ้น
เครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล
1. แผนการนิเทศ
2. แบบสังเกตกระบวนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยกิจกรรมหุ่นยนต์อัตโนมัติ
3. แบบประเมินความพึงพอใจของผู้รับการนิเทศ
ผลการดำเนินการ
1. ผลงานครู
ครูสามารถจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ มีการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ โดยการออกแบบการเรียนรู้หุ่นยนต์อัตโนมัติที่เชื่อมโยงกับท้องถิ่นจังหวัดบุรีรัมย์ จัดทำแผนการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัดของหลักสูตรสถานศึกษา จัดหาและสร้างสื่อ จัดการเรียนรู้หุ่นยนต์อัตโนมัติ จัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยครูทำหน้าที่ Coaching นักเรียนได้ปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง มีการวัดและประเมินผลตามสภาพจริง มีการสร้างแรงจูงใจใฝ่เรียนรู้ให้แก่นักเรียนในชั่วโมงต่อไป และหาโอกาสให้นักเรียนได้แสดงศักยภาพด้านหุ่นยนต์อัตโนมัติที่องค์กรภายนอกจัดแข่งขัน โดยครูได้ส่งเสริมให้นักเรียนได้ใช้แนวคิดเชิงคำนวณ การคิดเชิงตรรกะ มีกระบวนการคิดและการทำงานอย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้นักเรียนสามารถใช้อัลกอริทึม (Algorithm) ในการเขียนคำสั่งหุ่นยนต์อัตโนมัติเพื่อแก้โจทย์ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ครูที่ผ่านการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ ร้อยละ 100 มีผลงานเชิงประจักษ์ในระดับชาติ ได้รับรางวัลผู้ฝึกสอนเหรียญทอง เหรียญเงิน เหรียญทองแดง ในการแข่งขันหุ่นยนต์ สพฐ. งานศิลปหัตถกรรมระดับชาติ ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565
2. ผลงานนักเรียน
นักเรียนมีสมรรถนะด้านเทคโนโลยี (หุ่นยนต์อัตโนมัติ) มีทักษะการคิดเชิงคำนวณ การคิดเชิงตรรกะ มีกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ ผ่านการเขียนโปรแกรมคำสั่งหุ่นยนต์อัตโนมัติ มีผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่เกิดจากนักเรียน ได้แก่ นักเรียนได้รับรางวัลเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดงในการแข่งขันหุ่นยนต์ สพฐ. งานศิลปหัตถกรรมระดับชาติ ครั้งที่ 70 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 9 รายการ
Algorithm การเขียนโปรแกรมคำสั่ง

3. ผลงานสถานศึกษา
สถานศึกษา จำนวน 200 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 100 มีการปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยนำตัวชี้วัดวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาระเทคโนโลยีมาใช้ในปีการศึกษา 2567 และสถานศึกษาที่ร่วมเป็นเครือข่ายการพัฒนา ร้อยละ 100 ได้ขับเคลื่อนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดผลลัพธ์เชิงประจักษ์ ได้รับรางวัลชนะเลิศ รองชนะเลิศ และรางวัลเหรียญทองการแข่งขันหุ่นยนต์ งานศิลปหัตถกรรมระดับเขตพื้นที่การศึกษา ครั้งที่ 71 ปีการศึกษา 2566
4. ความพึงพอใจของผู้รับการนิเทศ
ผู้ประเมินความพึงพอใจ เป็นผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ผ่านการดำเนินการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้วิทยาการคำนวณด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติ ภายใต้โครงการนิเทศเพื่อพัฒนาสมรรถนะครูสู่ห้องเรียนคุณภาพ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์ เขต 1 โดยการส่งแบบประเมินการปฏิบัติงานของศึกษานิเทศก์ที่อิงมาตรฐานวิชาชีพศึกษานิเทศก์ให้ผู้รับการนิเทศ จำนวน 87 คน พบว่าระดับความพึงพอใจในปฏิบัติงานของศึกษานิเทศก์โดยรวมคิดเป็นร้อยละ 98.85 แยกเป็นรายข้อได้ดังภาพ

ภาพแสดงความพึงพอใจของผู้รับการนิเทศ
จากภาพ มีรายละเอียดดังนี้
1. ปฏิบัติการนิเทศฯ อย่างกัลยาณมิตร และสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานให้แก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 99.31
2. ปฏิบัติการนิเทศเชิงรุกโดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดแก่ผู้รับการนิเทศและนักเรียนเป็นสำคัญ คิดเป็นร้อยละ 98.62
3. มุ่งมั่นตั้งใจ ส่งเสริม พัฒนาให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาจัดกิจกรรมอย่างเต็มศักยภาพตามบริบทของสถานศึกษา คิดเป็นร้อยละ 99.54
4. ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้จัดกิจกรรมตามความสนใจและความรู้ความสามารถโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล คิดเป็นร้อยละ 99.08
5. ใช้นวัตกรรมการนิเทศฯ หรือวิธีการที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงานของครูและบุคลากรทางการศึกษาจนเกิดผลงานอย่างมีคุณภาพ คิดเป็นร้อยละ 97.01
6. จัดการนิเทศฯ โดยเน้นพัฒนาสมรรถนะครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ส่งผลถึงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่ยั่งยืน และความก้าวหน้าทางวิชาชีพครู คิดเป็นร้อยละ 98.39
7. ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี และมีภาวะความเป็นผู้นำทางวิชาการ คิดเป็นร้อยละ 99.31
8. ส่งเสริมให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้พัฒนาตนเองอย่างเต็มศักยภาพ และนำผลการพัฒนามาใช้พัฒนางานอย่างสร้างสรรค์ คิดเป็นร้อยละ 98.85
9. มีบุคลิกการแต่งกาย การพูด มารยาท การวางตัวในสังคม และการให้เกียรติครูและบุคลากรทางการศึกษา คิดเป็นร้อยละ 99.31
10. ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติงานนิเทศด้วยความวิริยะอุตสาหะ คิดเป็นร้อยละ 99.08
ปัจจัยความสำเร็จ
1. มีกระบวนการนิเทศที่ชัดเจน ดำเนินงานเป็นระบบด้วยกระบวนการสะเต็มศึกษา (STEM Process)
2. ใช้การนิเทศด้วยรูปแบบ Coaching Mentoring และ Demonstration ตามบริบทของแต่ละสถานศึกษา
3. ความก้าวหน้าทางวิชาชีพ โดยครูสามารถต่อยอดผลงานสู่การมีหรือเลื่อนวิทยฐานะที่สูงขึ้น
4. ความศรัทธาของผู้รับการนิเทศที่มีต่อผู้นิเทศ
5. หุ่นยนต์อัตโนมัติเป็นนวัตกรรมที่อยู่ในความสนใจของครูและนักเรียน
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. การพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่สนองต่อความสนใจและความต้องการของครูและนักเรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งเสริมให้การพัฒนาคุณภาพการศึกษาประสบผลสำเร็จได้มากยิ่งขึ้น
2. หุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในปัจจุบันที่เสริมสร้างเจตคติที่ดีต่อกิจกรรมการเรียนรู้ของนักเรียน
3. การพัฒนาระบบโปรแกรมคำสั่งหรือประยุกต์วิธีการเขียนโปรแกรมคำสั่งด้วยภาษาสัญลักษณ์จะส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ด้วยหุ่นยนต์อัตโนมัติให้นักเรียนสามารถเข้าถึงการควบคุมหุ่นยนต์อัตโนมัติได้ในทุกช่วงวัย

วีดิทัศน์นำเสนอผลงาน
https://youtu.be/O6QOqLWGMn0
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิตยสาร สสวท. ปีที่ 52 ฉบับที่ 251 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2567
ผู้อ่านสามารถติดตามบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://emagazine.ipst.ac.th/251/32/
-
คำที่เกี่ยวข้อง
