AI กับเมืองอัจฉริยะและการลดมลพิษ
AI กับเมืองอัจฉริยะและการลดมลพิษ
ในศตวรรษที่ 21 การเจริญเติบโตของเมืองและประชากรในเขตเมืองได้ก่อให้เกิดปัญหาหลายประการ โดยเฉพาะปัญหามลพิษที่เพิ่มขึ้นจากการจราจรและการใช้พลังงานอย่างไม่ยั่งยืน ซึ่งมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและสิ่งแวดล้อม การออกแบบเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืนได้กลายเป็นทางออกหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ โดยระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นเครื่องมือสำคัญในการช่วยจัดการจราจรและการใช้พลังงานเพื่อให้เมืองมีการจัดการที่มีประสิทธิภาพและลดมลพิษได้อย่างยั่งยืน
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เปลี่ยนแปลงโลกอนาคต
ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ย่อมาจาก Artificial Intelligence คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มีฟังก์ชันที่สามารถทำงานได้เหมือนกับมนุษย์ และสามารถเลียนแบบการทำกิจกรรมของมนุษย์ได้ เช่น การเรียนรู้ การวางแผน และการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เป็นตัวช่วยมนุษย์ในการคิด ซึ่งจะเน้นไปในเรื่องของการประมวลผลและวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ เพราะ AI สามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าสมองของมนุษย์ แต่ AI ยังไม่สามารถทำหน้าที่ที่ต้องใช้ประสาทสัมผัสได้ ด้วยความสามารถในการเรียนรู้ ปรับตัว และทำงานโดยอัตโนมัติ AI ได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันหลายด้าน รวมถึงอุตสาหกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ การเงิน การศึกษา และพลังงาน
รูปแบบของ AI
AI แต่ละรูปแบบที่ใช้งานในปัจจุบันมีดังนี้
1. Machine Learning (ML) เน้นการสร้างระบบที่สามารถเรียนรู้จากข้อมูลและปรับปรุงการทำงานได้โดยไม่ต้องถูกตั้งโปรแกรมให้ทำงานเฉพาะเจาะจง ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ อัลกอริทึมที่ใช้ในการแนะนำเพลงใน Spotify หรือการจัดการโฆษณาใน Google Ads
2. Deep Learning (DL) เป็นเทคนิคในการเรียนรู้ที่พยายามจำลองการทำงานของมนุษย์ โดยใช้โครงข่ายประสาทเทียม (Neural Networks) หลายชั้นเพื่อเรียนรู้จากข้อมูลที่ซับซ้อน เช่น การจดจำใบหน้าในภาพถ่าย การวิเคราะห์เสียงพูด
3. Natural Language Processing (NLP) AI ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าใจและประมวลผลภาษามนุษย์ เช่น ระบบผู้ช่วยเสมือน (Virtual Assistants) เช่น Siri, Google Assistant หรือโปรแกรมแปลภาษา
4. Robotics การประยุกต์ใช้ AI ในการควบคุมและพัฒนาหุ่นยนต์ที่สามารถทำงานในโลกจริง เช่น หุ่นยนต์อุตสาหกรรมหรือหุ่นยนต์ที่ช่วยงานในบ้าน
5. Computer Vision การประมวลผลภาพและวีดิทัศน์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถมองเห็น แยกแยะวัตถุ รูปร่าง และคุณสมบัติต่าง ๆ ของภาพได้เหมือนที่มนุษย์เห็น ตัวอย่างที่ทุกคนรู้จัก เช่น Google Translate ที่สามารถถ่ายภาพภาษาต่างประเทศและแปลเป็นภาษาที่ต้องการได้ทันที
AI กับการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมต่าง ๆ
AI มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังตัวอย่างต่อไปนี้
1. การแพทย์ AI ถูกนำมาใช้ในการวินิจฉัยโรค วิเคราะห์ภาพถ่ายทางการแพทย์ และแนะนำการรักษาอย่างแม่นยำ ตัวอย่างเช่น ระบบ AI ที่ใช้ตรวจจับมะเร็งในภาพถ่ายรังสี การใช้ AI ในการวิจัยยารักษาโรคที่ซับซ้อน
2. การเงิน AI ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน ประเมินความเสี่ยงในการลงทุน และตรวจจับการฉ้อโกง ตัวอย่างเช่น ระบบ AI ในธนาคารที่ใช้ในการวิเคราะห์พฤติกรรมการใช้จ่ายของลูกค้าเพื่อแนะนำการลงทุนหรือป้องกันการโจรกรรมข้อมูล
3. การขนส่ง รถยนต์ไร้คนขับและระบบขนส่งอัจฉริยะได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยี AI เช่น รถยนต์ไร้คนขับ Tesla สามารถขับเคลื่อนและตัดสินใจเองได้ในสถานการณ์ต่าง ๆ
4. การศึกษา AI ช่วยปรับปรุงระบบการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน เช่น แพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ที่ใช้ AI ในการวิเคราะห์ผลการเรียนและแนะนำบทเรียนที่เหมาะสม
AI กับการจัดการจราจรเพื่อลดมลพิษ
การจราจรเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของมลพิษทางอากาศในเมืองใหญ่ รถยนต์และยานพาหนะที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงฟอสซิลปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และสารมลพิษอื่น ๆ ที่ทำลายชั้นบรรยากาศและสุขภาพของประชาชน AI สามารถนำมาใช้ในการจัดการจราจรให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น
1. ระบบจัดการสัญญาณไฟจราจรอัจฉริยะ
AI สามารถช่วยปรับปรุงสัญญาณไฟจราจรให้เหมาะสมกับสภาพการจราจรจริง โดยระบบสามารถเรียนรู้และวิเคราะห์ข้อมูลจากกล้องจราจรและเซนเซอร์ต่าง ๆ เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนที่ของยานพาหนะ จากนั้นปรับสัญญาณไฟให้เหมาะสมกับปริมาณการจราจรในแต่ละพื้นที่ การลดเวลารอคอยสัญญาณไฟจราจรจะช่วยลดการปล่อยแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จากการหยุดนิ่งของรถยนต์ อาทิ การปรับแสงสัญญาณไฟจราจรเพื่อการมองเห็นที่ดียิ่งขึ้น เพิ่มความปลอดภัยสำหรับคนเดินเท้า เพิ่มความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมือง
2. การวางแผนเส้นทางการเดินทาง
ด้วย AI การวางแผนเส้นทางการเดินทางสามารถทำได้อย่างแม่นยำ ระบบ AI จะวิเคราะห์ข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์และแนะนำเส้นทางที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ลดเวลาการเดินทางและการปล่อยแก๊สเรือนกระจก นอกจากนี้ AI ยังสามารถบูรณาการกับแอปพลิเคชันการขนส่งสาธารณะ เพื่อส่งเสริมให้ผู้คนเลือกใช้ขนส่งมวลชนซึ่งเป็นวิธีการเดินทางที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
3. การควบคุมการใช้ยานพาหนะไฟฟ้า (EV)
AI สามารถจัดการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จยานพาหนะไฟฟ้าในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดสรรจุดชาร์จและการบริหารจัดการการใช้พลังงานในระบบไฟฟ้า ช่วยลดความหนาแน่นของการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและลดมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการใช้รถยนต์ทั่วไป เช่น ระบบการชาร์จ การติดตามการใช้งาน การวางแผนเส้นทาง การควบคุมการใช้พลังงาน
ภาพ 1 การเปิดสัญญาณสีแดงในระหว่างเวลาหนึ่งเมื่อการจราจรติดขัดหรือในสภาพอากาศที่มีฝนตกหนัก
มาจาก: https://trafficthai.com/shop/traffic-light-2/
AI กับการจัดการพลังงานในเมืองอัจฉริยะ
การใช้พลังงานเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการปล่อยมลพิษ เมืองอัจฉริยะสามารถนำระบบ AI มาช่วยบริหารจัดการการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งในระดับอาคาร โครงสร้างพื้นฐาน และระบบสาธารณูปโภค
1. การจัดการพลังงานอัจฉริยะในอาคาร
AI สามารถวิเคราะห์การใช้พลังงานในอาคาร เช่น ไฟฟ้าและระบบทำความร้อนหรือความเย็น เพื่อแนะนำการปรับปรุงการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ ระบบอัจฉริยะเหล่านี้สามารถควบคุมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้ทำงานตามความจำเป็น ช่วยลดการสิ้นเปลืองพลังงานและลดการปล่อยมลพิษ ตัวอย่างเช่น
ระบบอัตโนมัติในการควบคุมแสงสว่าง ใช้เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหวและแสงธรรมชาติเพื่อปรับระดับแสงสว่างตามความจำเป็น ช่วยลดการใช้พลังงานไฟฟ้า
การติดตั้งอุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ใช้หลอดไฟ LED และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีมาตรฐานประหยัดพลังงาน (เช่น Energy Star) เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า
ระบบ HVAC อัจฉริยะ ใช้ระบบปรับอากาศและการทำความร้อนที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ การปรับอุณหภูมิตามสภาพอากาศ
การติดตามและวิเคราะห์การใช้พลังงาน ใช้ซอฟต์แวร์หรือแอปพลิเคชันที่สามารถติดตามการใช้พลังงานในอาคารแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถวิเคราะห์และปรับปรุงการใช้พลังงานได้
ระบบจัดการพลังงานอัจฉริยะ (Energy Management Systems - EMS) ระบบที่ช่วยในการควบคุมและปรับแต่งการใช้พลังงานในอาคาร โดยสามารถตั้งโปรแกรมให้ทำงานอัตโนมัติตามความต้องการ

ภาพ 2 การส่งเสริมการใช้ยานพาหนะไฟฟ้า
มาจาก: https://thai-smartgrid.com/ev-3030-plan/
2. ระบบพลังงานหมุนเวียน
การบูรณาการ AI กับการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม สามารถทำให้การผลิตและการบริหารจัดการพลังงานเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากขึ้น AI จะคาดการณ์ความต้องการพลังงานในแต่ละช่วงเวลาและจัดสรรพลังงานจากแหล่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ช่วยลดการใช้พลังงานจากแหล่งที่ก่อให้เกิดมลพิษ
3. ระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid)
AI มีบทบาทสำคัญในการจัดการระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ โดยสามารถควบคุมการจ่ายไฟฟ้าให้สอดคล้องกับความต้องการที่แท้จริง นอกจากนี้ ยังช่วยคาดการณ์และป้องกันปัญหาการเสียหายของระบบไฟฟ้า ทำให้เมืองมีความมั่นคงทางพลังงานและลดการปล่อยมลพิษจากโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ตัวอย่างเช่น
ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม
- ระบบโครงข่ายไฟฟ้า Smart Grid รองรับการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหาเมื่อแหล่งพลังงานกำลังจะหมดไป โดยพลังงานหมุนเวียนจะถูกนำมาใช้เป็นพลังงานทดแทนได้อย่างยั่งยืน
- Smart Grid สนับสนุนการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า เพราะมีระบบการตรวจวัดหรือเซนเซอร์ตรวจจับพฤติกรรมการใช้พลังงาน ทำให้ระบบสามารถจัดการการจ่ายไฟฟ้าในปริมาณที่เหมาะสมได้
- ทำให้เกิดความปลอดภัยขึ้นในชุมชนที่ไฟฟ้าสามารถเข้าถึงได้อย่างครอบคลุมทุกครัวเรือน โดยโครงข่ายที่ส่งและรับไฟฟ้าได้จะช่วยให้ผู้คนใช้ไฟฟ้าได้อย่างปลอดภัย และเข้าถึงไฟฟ้าได้ตลอดเวลาแม้ว่าจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล
- ช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน การใช้พลังงานหมุนเวียนจะช่วยให้รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ เทคโนโลยีที่จะใช้ในระบบ Smart Grid จะช่วยทำให้ใช้ไฟฟ้าได้ประหยัดขึ้นอีกด้วย
- ช่วยพัฒนาสังคม สนับสนุนการนำเทคโนโลยีไปใช้ในสถานที่ต่าง ๆ เช่น Smart School หรือ Smart Living ที่จำเป็นต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน
ด้านระบบไฟฟ้า
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การบริการระบบไฟฟ้าสามารถมองเห็นปัญหาและแก้ไขได้อย่างรวดเร็วด้วยการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยกันอย่างผสมผสาน
- Smart Grid รองรับระบบแบบกระจายศูนย์ โดยไม่ต้องพึ่งพาการจ่ายไฟฟ้าจากส่วนกลางเพียงอย่างเดียว ทำให้มีความสะดวกรวดเร็วในการแก้ปัญหามากขึ้น
- มีระบบที่บริหารจัดการพลังงานทั้งการผลิต การส่งออก การใช้พลังงานที่เหมาะสมด้วยเทคโนโลยีเซนเซอร์ตรวจวัดปริมาณการใช้ไฟฟ้าร่วมกับเทคโนโลยีอื่น ๆ ทำให้จัดการการจ่ายไฟฟ้าได้ดียิ่งขึ้น
- หากเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ ผู้ใช้ไฟฟ้าสามารถกลับมาใช้พลังงานได้ใหม่ภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากส่วนกลาง เมื่อเกิดไฟฟ้าดับก็สามารถนำไฟฟ้าสำรองในบริเวณใกล้เคียงมาทดแทนได้
- มีระบบที่ช่วยกักเก็บพลังงาน ทำให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้ามีเสถียรภาพ ระบบ Smart Grid จะทำให้มีการไหลของกระแสไฟฟ้ามากกว่า 1 ทิศทาง เมื่อผลิตไฟฟ้าได้เกินความจำเป็นก็จะสามารถกักเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินได้

ภาพ 4 Smart Grid เป็นระบบที่มีการไหลของกระแสไฟฟ้าไปในลักษณะสองทิศทาง
มาจาก: https://nt-metro-service.com/article/tech-trend/smart-grid/
ด้านเศรษฐกิจ
- ช่วยลดการสูญเสียค่าใช้จ่าย ความเสียหายทางเศรษฐกิจเมื่อเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับ เมื่อมีไฟฟ้าที่กักเก็บไว้สามารถนำออกมาใช้ได้ในยามเกิดเหตุไฟฟ้าดับโดยไม่ต้องรอการแก้ไขจากส่วนกลาง
- ช่วยให้การทำงานของภาคอุตสาหกรรมเกิดประสิทธิภาพมากขึ้น การใช้เทคโนโลยีคำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าจะช่วยให้ระบบการจ่ายไฟฟ้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น ภาคอุตสาหกรรมที่ใช้ไฟฟ้าปริมาณมากจะมีพลังงานไฟฟ้าที่เพียงพอต่อความต้องการ
การออกแบบเมืองที่ยั่งยืนด้วย AI
AI ไม่ได้ช่วยเพียงแค่การจัดการจราจรและพลังงานเท่านั้น แต่ยังสามารถมีบทบาทสำคัญในการออกแบบเมืองใหม่ให้มีความยั่งยืนตั้งแต่แรกเริ่ม ตัวอย่างเช่น AI สามารถนำมาช่วยในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานของเมือง การวิเคราะห์ข้อมูลทางภูมิศาสตร์และสภาพแวดล้อมเพื่อวางผังเมืองที่ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน รวมถึงออกแบบพื้นที่สีเขียวที่ช่วยลดมลพิษทางอากาศและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้อยู่อาศัย เช่น
- ส่งเสริมการเดินเท้า การใช้จักรยาน และระบบขนส่งมวลชน เพื่อลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล
- การเพิ่มความหนาแน่นภายในเมืองเพื่อเป็นการลดการขยายตัวของเมืองที่รุกล้ำพื้นที่ชนบท
- ส่งเสริมการสร้างพื้นที่สีเขียวภายในเมืองเพื่อส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาวะที่ดีในการอยู่อาศัย
- การสร้างพื้นที่สาธารณะที่รองรับกิจกรรมที่หลากหลาย และประชาชนจากทุกกลุ่ม
ประโยชน์และความท้าทายของ AI
- ประสิทธิภาพสูงขึ้น AI ช่วยลดเวลาและทรัพยากรที่ใช้ในการทำงานต่าง ๆ เช่น การประมวลผลข้อมูลหรือการจัดการระบบ
- ความแม่นยำสูง AI มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีความซับซ้อนและให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำกว่า
- การเรียนรู้ต่อเนื่อง AI สามารถพัฒนาความสามารถโดยเรียนรู้จากข้อมูลใหม่ ๆ ทำให้ระบบสามารถปรับตัวตามสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้
- ปัญหาจริยธรรม การใช้ AI ในบางกรณีอาจก่อให้เกิดความกังวลในด้านจริยธรรม เช่น การเฝ้าระวังข้อมูลส่วนตัว การตัดสินใจที่มีผลกระทบต่อมนุษย์
- การเปลี่ยนแปลงในตลาดแรงงาน AI อาจทำให้บางสายงานหรืออาชีพถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติ ส่งผลให้แรงงานต้องปรับตัวและพัฒนาทักษะใหม่ ๆ
- ความปลอดภัย การพัฒนา AI ที่มีความสามารถสูงอาจเกิดปัญหาด้านความปลอดภัย เช่น การควบคุมหุ่นยนต์หรือระบบที่สามารถทำงานโดยไม่มีการควบคุมจากมนุษย์
AI เป็นเทคโนโลยีที่มีความสำคัญในการเปลี่ยนแปลงโลกอย่างมหาศาลในหลายด้าน ทั้งในด้านอุตสาหกรรม การแพทย์ การศึกษา และการใช้ชีวิตประจำวัน ด้วยความสามารถในการเรียนรู้และปรับตัว AI สามารถช่วยพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานและแก้ไขปัญหาที่ยากลำบากได้ อย่างไรก็ตาม การพัฒนา AI ยังคงมีความท้าทายที่ต้องได้รับการแก้ไข โดยเฉพาะในด้านจริยธรรมและความปลอดภัย การทำความเข้าใจ AI และผลกระทบที่ตามมาเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรตระหนัก AI เป็นเครื่องมือที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงการจัดการเมืองให้ยั่งยืนมากขึ้น การนำ AI มาช่วยในการจัดการจราจรและพลังงานสามารถลดมลพิษและเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากรของเมืองได้อย่างชัดเจน ในอนาคตเมืองอัจฉริยะที่ผสมผสานเทคโนโลยี AI จะไม่เพียงแต่ช่วยให้เมืองมีความปลอดภัยและน่าอยู่ยิ่งขึ้น แต่ยังสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยให้เมืองนั้นก้าวสู่การเป็นเมืองที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของนิตยสาร สสวท. ปีที่ 52 ฉบับที่ 251 พฤศจิกายน – ธันวาคม 2567
ผู้อ่านสามารถติดตามบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ https://emagazine.ipst.ac.th/251/10/
บรรณานุกรม
AI ปัญญาประดิษฐ์ คือ? มีกี่ประเภท. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2567, จาก https://www.disruptignite.com/blog/what-is-ai-artificial-intelligence.
Smart Grid โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ. สืบค้นเมื่อ 11 ตุลาคม 2567, จาก https://nt-metro-service.com/article/tech-trend/smart-grid/.
การออกแบบชุมชนเมืองอย่างยั่งยืน. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2567, จาก https://urp.kku.ac.th/nha_plge/02-2nd_workshop/2nd-lecture/04NT-Urban%20Design.pdf.
แนวทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ของประเทศ. สืบค้นเมื่อ 11 ตุลาคม 2567, จาก https://thai-smartgrid.com/ev-3030-plan/.
ปัญญาประดิษฐ์ (AI) คืออะไร. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2567, จาก https://www.dia.co.th/articles/what-is-artificial-intelligence/.
เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนด้วยสัญญาณไฟจราจร .สืบค้นเมื่อ 11 ตุลาคม 2567, จาก https://trafficthai.com/shop/traffic-light-2/.
