Table of Contents Table of Contents
Previous Page  124 / 302 Next Page
Information
Show Menu
Previous Page 124 / 302 Next Page
Page Background

สาระสำ�คัญ

การเคลื่อนที่ของน้ำ�ในพืชเป็นไปตามความแตกต่างของชลศักย์ พืชจะลำ�เลียงน้ำ�และธาตุอาหาร

ต่างๆ จากดินทางเซลล์ขนรากแล้วลำ�เลียงผ่านชั้นคอร์เทกซ์เข้าสู่ไซเล็มในชั้นสตีล ซึ่งเป็นการลำ�เลียงน้ำ�

ในแนวระนาบ และลำ�เลียงไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชในแนวดิ่งทางไซเล็ม ในภาวะปกติการลำ�เลียงน้ำ�

จากรากสู่ยอดของพืชอาศัยแรงดึงจากการคายน้ำ�ร่วมกับแรงโคฮีชัน แรงแอดฮีชัน แต่ในภาวะที่

บรรยากาศมีความชื้นสัมพัทธ์สูงมากจนไม่สามารถเกิดการคายน้ำ�ได้ตามปกติและมีปริมาณน้ำ�ในดิน

มากเพียงพอ การลำ�เลียงน้ำ�จะอาศัยความดันราก ซึ่งอาจทำ�ให้เกิดปรากฏการณ์กัตเตชัน

พืชมีการแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำ�ผ่านทางปากใบเป็นส่วนใหญ่ ปากใบพบได้ที่ใบและ

ลำ�ต้นอ่อน เมื่อความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศภายนอกต่ำ�กว่าความชื้นสัมพัทธ์ภายในใบ ทำ�ให้ไอน้ำ�ภายในใบ

แพร่ออกมาทางรูปากใบ เรียกว่า การคายน้ำ� โดยมีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการคายน้ำ�ของพืช เช่น

ความชื้นสัมพัทธ์ ลม อุณหภูมิ ปริมาณน้ำ�ในดิน ความเข้มแสง

พืชแต่ละชนิดต้องการธาตุอาหารที่ต่างกันทั้งชนิดและปริมาณพืชได้รับธาตุอาหารจากดินผ่าน

ทางรากแล้วเคลื่อนที่ไปยังส่วนต่าง ๆ ของพืชพร้อมกับการลำ�เลียงน้ำ�ในไซเล็ม ความรู้เกี่ยวกับสมบัติ

ของธาตุอาหารที่มีผลต่อการเจริญเติบโตของพืชสามารถนำ�มาใช้ประโยชน์ในการปลูกพืชในสารละลาย

ธาตุอาหาร

อาหารที่ได้จากกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสงจากแหล่งสร้าง จะถูกเปลี่ยนแปลงเป็นซูโครส

และลำ�เลียงผ่านทางโฟลเอ็มโดยอาศัยกลไกการลำ�เลียงอาหารในพืชซึ่งเกี่ยวข้องกับความแตกต่างของ

ความดันในซีฟทิวบ์เมมเบอร์ระหว่างบริเวณแหล่งสร้างและแหล่งรับ

เวลาที่ใช้

บทนี้ควรใช้เวลาสอนประมาณ 9 ชั่วโมง

10.1 การลำ�เลียงน้ำ�

2 ชั่วโมง

10.2 การแลกเปลี่ยนแก๊สและการคายน้ำ�

3 ชั่วโมง

10.3 การลำ�เลียงธาตุอาหาร

2 ชั่วโมง

10.4 การลำ�เลียงอาหาร

2 ชั่วโมง

รวม

9 ชั่วโมง

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

บทที่ 10 | การลำ�เลียงของพืช

ชีววิทยา เล่ม 3

112