มารู้จัก...เครื่องหอม

  • หน่วยงาน
    สสวท.
  • Created
    พุธ, 25 สิงหาคม 2010
  • Hits
    1592 ครั้ง
  • Created by
    Janny P
  • Favourites
    Add to favourites
  • Voting
    (2 votes)

มารู้จัก...เครื่องหอม

สุนทร  ตรีนันทวัน


หลายคนคงจะทราบกันบ้างแล้วนะครับ  เครื่องหอมคืออะไร แต่บางคนอาจจยังไม่ทราบว่าคืออะไร   เป็นสิ่งที่สนใจน่าศึกษา  เรามาทำความรู้จักเครื่องหอมกันนะครับ   เครื่องหอมมีมาตั้งแต่สมัยโบราณหลายพันปีแล้ว  แต่ก่อนอื่นนะครับ  ผมอยากจะทำความเข้าใจกับคำ “เครื่องหอม” และ “เครื่องสำอาง” ก่อนเพราะ 2 คำนี้ต่างกัน  แต่หลาย ๆ คน คงเข้าใจไม่ชัดเจน



เครื่องหอม หมายถึงสิ่งของหรือวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่ง  ซึ่งกลิ่นหอมสามารถรับความรู้สึกได้ด้วยการดม  ส่วนเครื่องสำอาง หมายถึง  สิ่งของหรือวัตถุอีกประเภทหนึ่ง  ที่นำมาตกแต่งหรือปกปิดผิวกายที่ไม่สวย   ให้ดูสวยงามยิ่งขึ้น  เครื่องสำอางไม่จำเป็นจะต้องมีกลิ่นหอมก็ได้

เครื่องหอม  ตามประวัติมีมาตั้งนานประมาณ 5000 ปีแล้ว  ชาวอียิปต์สมัยนั้น  ได้ใช้ยางไม้ชนิดหนึ่งที่มีกลิ่นหอมมาประดับกาย  และได้คิดค้นเป็นนักผสมเครื่องหอมชาติแรกของโลก  ใช้ยางไม้ต่าง ๆ มาผสมเข้าด้วยกัน  รวมทั้งใช้เนื้อไม้หอมบางชนิดมาป่นผสมกันเป็นเครื่องหอมเรียกว่า กาฟี ชาวอียิปต์สมัยโบราณใช้เผาให้กลิ่นหอมเพื่อบวงสรวงเทพเจ้าต่าง ๆ ในสมัยนั้น


ต่อมามีการคิดค้นพัฒนาเครื่องหอม  โดยใช้ส่วนต่าง ๆ ของพืช  เช่น  ดอกไม้  เนื้อไม้บางชนิดมาต้ม  คั้น  เพื่อให้น้ำมันหอมระเหยออกมาแล้วนำน้ำมันหอมนั้นมาใช้ประโยชน์ต่อไป  ปัจจุบันนี้มีการวิจัยพัฒนา  สกัดน้ำมันหอมระเหยออกมาทำเป็นน้ำหอมต่าง ๆ  มีกลิ่นหอมที่แตกต่างกันไป มากมายหลายชนิด

ปัจจุบันนี้นะครับ  เขาแบ่งน้ำหอมออกเป็นระดับหรือเป็นชั้น ๆ หรือเป็นเกรดของน้ำหอมนั่นเอง

ชั้นที่ 1  เป็นน้ำหอมประเภทที่เรียกกันว่า เพอร์ฟูม เป็นน้ำหอมที่มีอัตราความเข้มข้นของหัวน้ำหอม ตั้งแต่ 5 – 20 % ละลายอยู่ในแอลกอฮอล์

ชั้นที่ 2  เป็นน้ำหอมประเภทที่เรียกว่า โลชั่น คือรองลงมาจากเพอร์ฟูม  มีความเข้มข้นของหัวน้ำหอม 2 – 5 % ละลายอยู่ในแอลกอฮอล์ประมาณ 75 – 90 % และมีน้ำกลั่นใช้ละลายปน

ชั้นที่ 3  เป็นน้ำหอมที่เรียกกันว่า โอเดอโคโลญ ซึ่งที่จริงแล้วเป็นการเรียกที่ผิดแต่อนุโลมเพราะเรียกกันจนติดปากแล้ว  ที่ถูกเขาจะเรียกว่า เพอร์ฟูมโคโลญ มากกว่ามีความเข้มข้นของหัวน้ำหอมเพียง 0.5% และแอลกอฮอล์มีเพียง 60 – 90%

โอเดอโคโลญ  ไม่ใช่น้ำหอมเพราะขาดคุณสมบัติของความเป็นน้ำหอม คือ กลิ่นของมันจะระเหยและจางหายไปในเวลาอันรวดเร็วมาก  ไม่คงทนและก็จะไม่มีความหอมอีกเลย

โอเดอโคโลญนั้น  ชาวอิตาลี่คนหนึ่งที่ย้ายไปอยู่ที่เมืองโคโลญ  ประเทศเยอรมนี  เป็นคนผลิตขึ้นเป็นครั้งแรก  อาจจะมีกลิ่นหอมของดอกไม้  ใบไม้ หรือผิวส้ม  ใช้ดมแก้วิงเวียน  ดมแล้วทำให้สดชื่น

ปัจจุบันนี้น้ำหอมมีมากมายหลายยี่ห้อ  มีกลิ่นหลากหลาย  ใส่ขวดรูปร่างสวยงามขนาดต่าง ๆ กัน  ราคาก็ต่างกันไปด้วย

ก็เลือกเอาว่าจะสวยแท้ๆยั่งยืนแบบธรรมชาติ   หรือสวยแบบต้องใช้เครื่องสำอางมาตกแต่งหรือมาปกปิดอำพราง


กรูณา login ก่อน แสดงความคิดเห็น

link วิทยาศาสตร์

รวม link ที่น่าสนใจทั้งในและต่างประเทศ เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลที่ต้องการทางด้านวิทยาศาสตร์

ดูลิ้งค์ทั้งหมด

link คณิตศาสตร์

รวม link ที่น่าสนใจทั้งในและต่างประเทศ เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลที่ต้องการทางด้านคณิตศาสตร์

ดูลิ้งค์ทั้งหมด
ทัศนศึกษาออนไลน์

เพิ่มพูนประสบการณ์ให้ผู้เรียน

พจนานุกรมศัพท์

วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี