กลุ่มรังสีฝุ่นหมอก

  • Created
    จันทร์, 12 กันยายน 2011
  • Hits
    930 ครั้ง
  • Created by
    MyFirstBrain.Com
  • Favourites
    Add to favourites
  • Voting
    (0 votes)
กลุ่มรังสีฝุ่นหมอก


เนบิวล่า หรือ กลุ่มรังสีฝุ่นหมอก (Nebula)
เป็น กลุ่มฝุ่นหมอกมีหลายประเภท ปะปนกับกลุ่มดาวและดาราจักร แต่ละกลุ่มมีขนาดใหญ่มาก รูปแบบไม่ซ้ำกันมีความน่าพิศวง กลุ่มฝุ่นหมอกเหล่านี้ คือแหล่งต้นกำเนิดของดวงดาวใหม่ทั้งหลาย

  • เนบิวล่าแบบแพร่กระจาย (Diffuse Nebula)
การ รวมตัวของกลุ่มฝุ่นหมอกควันที่แพร่กระจายก๊าซเหล่านี้ คือ มวลสสาร (Matter) หากมีความหนาแน่น มีขนาดใหญ่เพียงพอสามารถเป็นแหล่งการกำเนิดดวงดาวได้ ภายในกลุ่มก๊าซเหล่านี้มักมีดวงดาวเกิดใหม่ ความร้อนสูงมากปลดปล่อยพลังงาน ก๊าซมีส่วนประกอบของ Hydrogen ออกมากระทบกลุ่มก๊าซอวกาศเกิดลักษณะเหมือนแสง เรียกว่า Emission Nebula (เนบิวล่าแบบเรืองแสง) ซึ่งเป็นอะตอม และละอองของไอออน (Ionized) จากรังสี Ultraviolet ของดาว

เนื่องจากในจักรวาลอุดมสมบูรณ์ไปด้วย Hydrogen ทั้งหมดผสมรวมใน Nebula โดยสามารถแสดงปฏิกิริยาเป็นสีแดง สีเขียว ด้วยละอองของไอออนที่แพร่กระจาย ด้วยการสะท้อนจาก Oxygen เราจึงเห็นภาพถ่าย Nebula เป็นสีต่างๆ ได้ตามธาตุของกลุ่มฝุ่นหมอกนั้นๆ ถ้าจำนวนรังสี Ultraviolet มีจำนวนมาก บริเวณ Nebula นั้นอาจมีความสว่างไสวมากกว่าดาว บางกลุ่มของดาวความร้อนน้อยกว่ากลุ่มก๊าซอวกาศ ได้รับเพียงผลกระทบสะท้อนแสงจากดาวมองเห็นเป็นแสงสีขาว หรือน้ำเงินอ่อนๆ (Bluish) เรียกว่า Reflection Nebula (เนบิวล่าแบบสะท้อนแสง)



Energized Emission Nebula in Large Magellanic Cloud (LMC) ขนาด 150 ปีแสง
ความร้อนภายในมากกว่า 100,000 องศา จุดขาวเล็กคือ ดาวเกิดใหม่เป็นจำนวนมาก

  • เนบิวล่าคล้ายดาวเคราะห์ (Planetary Nebula)
เป็น การเปล่งและปลดปล่อย แสงจากพลังงานที่เผาไหม้แกนกลางของดาวที่ใกล้หมดลง ที่สุดบริเวณเปลือกของดาวฤกษ์นั้นเต็มไปด้วย มวลของก๊าซพลังงานสูงมองเห็นแสงสว่างรอบๆ ลักษณะแสงที่เกิดขึ้นรอบๆนั้น มีรูปแบบปลดปล่อยออกมาแบบวูบวาวเป็นจังหวะทั้งกลุ่ม ขอบเขตใหญ่โตมาก การปลดปล่อยแสงดังกล่าวนั้น พร้อมการระเบิดพุ่งออกมาด้วยลักษณะเศษซากแตกกระจายคล้ายดาวหางพุ่งกระจายตัว ทุกทิศทาง มีควันเป็นทางยาวหลายไมล์

มองเข้าไปส่วนใน เห็นดวงดาวที่มีความร้อนแสงสว่างโชติช่วงอยู่ใจกลาง แสงที่เห็นเป็นชนิด Ultraviolet จากใจกลางที่เป็นก๊าซเกิดจากละอองสนามแม่เหล็กเกิดขึ้นยาวนานต่อเนื่อง ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่เหลืออยู่ นานนับหลายพันหลายหมื่นปี หรือมากกว่านั้น เชื่อว่ากาแล็คซี่ทางช้างเผือกมีมากกว่า 10,000 แห่ง



NGC 2440 Planetary Nebula ห่างจากดวงอาทิตย์ 4,000 ปีแสง

** หมายเหตุ Planetary Nebula ไม่ใช่ดาวเคราะห์ นักดาราศาสตร์สมัยโบราณใช้กล้องดูดาวขนาดเล็กสังเกตเห็นแล้วคล้ายดาวเคราะห์ จึงตั้งชื่อดังกล่าว

  • เนบิวล่าสว่างแบบฉับพลัน (Supernova Remnants Nebula)
ดวงดาวในท้องฟ้ามีความใหญ่โตกว่าดวงอาทิตย์อย่างน้อย 3 เท่า ถึงหลายร้อยเท่า หลังจากได้ปลดปล่อยพลังงานหมด จุดสิ้นสุดก็จะกลายเป็น ดาวแคระขาว (White Dwarf) บางทีใกล้ก่อนถึงจุดนี้จะเกิดปฏิกิริยาปะทุแตกกระจายตัวอย่างรุนแรง แสงสว่างระเบิดเพิ่มขึ้นอีก ถึง 10 พันล้านเท่า เมื่อเทียบกับดวงอาทิตย์

การผลักดันจากเปลือกดวงดาวครั้งยิ่งใหญ่มหาศาล เรียกว่า Supernova Type II แต่ในทางกลับกัน หากมวลสสารของดาวแคระขาวลดลงแต่สามารถแตกกระจายได้เช่นกัน เรียกว่า Supernova Type I ทั้ง 2 ประเภทรวม เรียกว่า Supernova Remnants



Supernova Remnants Nebula ระเบิดแตกตัวอย่างรุนแรงใช้เวลายาวนานต่อเนื่องหลายแสนถึงหลายล้านปี (บนซ้าย - ขวา)
ขนาดเส้นผ่าศูนย์ 600 ปีแสง และ 1,500 ปีแสง (ล่างซ้าย) ขนาด 10,000 ปีแสง
เป็นแบบ Supernova Type I (ล่างขวา) ขนาด 13,000 ปีแสง เป็นแบบ Supernova Type II

  • เนบิวล่ามืด (Dark Nebula)
คือกลุ่มก๊าซหมอกหนาทึบ มองเห็นได้เพราะแสงจากวัตถุที่อยู่ด้านหลังของเนบิวล่ามืดนั้นฉายออกมา โดยมีความแตกต่างจากเนบิวล่าอื่นๆ ทั้งหมดในบริเวณเนบิวล่ามืดจะไม่มีแสงจากดวงดาวที่อยู่ใกล้เคียง



Barnard 72 (B72) Dark Nebula ห่างจากดวงอาทิตย์ 650 ปีแสง




ที่มาข้อมูล : http://www.sunflowercosmos.org

กรูณา login ก่อน แสดงความคิดเห็น

link วิทยาศาสตร์

รวม link ที่น่าสนใจทั้งในและต่างประเทศ เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลที่ต้องการทางด้านวิทยาศาสตร์

ดูลิ้งค์ทั้งหมด

link คณิตศาสตร์

รวม link ที่น่าสนใจทั้งในและต่างประเทศ เพื่อค้นคว้าหาข้อมูลที่ต้องการทางด้านคณิตศาสตร์

ดูลิ้งค์ทั้งหมด
ทัศนศึกษาออนไลน์

เพิ่มพูนประสบการณ์ให้ผู้เรียน

พจนานุกรมศัพท์

วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี